ไม้พลองป้าบุญมี

ไม้พลองป้าบุญมี
" จากร่างกายที่ผุกร่อน พลิกสู่ความแข็งแกร่ง "
" การออกกำลังกายด้วยรำกระบอง " เป็นวิธีออกกำลังกายโดยการใช้ไม้ ซึ่งคุณป้าบุญมี เครือรัตน์ ได้คิดค้นขึ้นมาจากความทุกข์ทรมานของโรคปวดหลัง และเพื่อเอาชนะโรคได้ด้วยตัวเอง คุณป้าเคยรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกโดยเฉพาะเป็นเวลานานกว่า 2 ปี คุณป้าต้องใส่เสื้อประคองหลังที่ดามด้วยเหล็ก (Lumbar Support) นอกจากนี้คุณป้ายังประคบด้วยสมุนไพรและนวดหลังด้วยลูกประคบ ทำจนหม้อดินที่ใช้ประคบรั่วไปหลายใบก็ยังไม่หาย ชีวิตของป้าบุญมีในขณะนั้นจะเป็นการนอนเสียมากกว่า จะก้าวเดินแต่ละครั้งก็ไม่มั่นคง จนรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวังในชีวิต
วันหนึ่งมีญาติเอาล้อไม้ที่พันสายไฟมาฝากไว้ที่บ้าน ฝากไว้หลายสัปดาห์ก็ไม่มาเอาคืน จนกระทั้งวันหนึ่งคุณป้าบุญมีลองยกเท้าข้างหนึ่งขึ้นพาดกับล้อไม้ และลองเขย่าขา คุณป้ามีความรู้สึกเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ทำเป็นประจำจนเกิดมีกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ ขณะเดียวกันก็ได้เหลือบเห็นคนแก่ถือกิ่งไม้กางแขนเดินตามสนามหญ้าจากรายการโทรทัศน์ ด้วยประสบการณ์และสิ่งที่ได้พบเห็น คุณป้าจึงเกิดความคิดในการที่จะบริหารร่างกายตนเองโดยได้ดัดแปลงไม้ถูพื้นที่ไม่ใช้แล้ว เริ่มคิดค้นท่าบริหารและพยายามทำการบริหาร โดยเริ่มจากส่วนที่เจ็บปวดและเคลื่อนไหวได้น้อย ก็รู้สึกว่าดีขึ้น สบายขึ้น กระฉับกระเฉง บริเวณต่าง ๆ ที่เคยปวดก็ค่อย ๆ หายปวด ท่าบริหารที่ทำแล้วไม่ได้ประโยชน์กับร่างกายก็จะเลิก แล้วคิดท่าใหม่ขึ้นเรื่อย ๆ ทำจนส่วนต่าง ๆ ในร่างกายดีขึ้น และรู้สึกว่าส่วนต่าง ๆ ของร่างกายสบายขึ้น ปัจจุบันรวมท่าที่คิดว่ามีประโยชน์ไว้ประมาณ 10 ท่า ช่วงเวลาในการคิดค้นและทดลองใช้เป็นเวลา 2 ปี โดยแต่ละท่าคุณป้าบุญมีจะมีการนับ 99 ครั้ง เนื่องจาก การนับทำให้มีสติ ซึ่งถือเป็นการทำสมาธิในขณะออกกำลังกาย นับว่าเป็นการบริหารร่างกายและจิตใจไปพร้อม ๆ กัน

ข้อพึงระวังในการออกกำลังกายโดยใช้ไม้
ในระยะแรกสำหรับผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกาย อาจจะเริ่มต้นท่าละ 20 ครั้งเป็นต้นไป
1. ควรเลือกชนิดของการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับตัวเองทั้งด้านนิสัยและจริต อย่าแข่งขันกับคนอื่น
2. หลีกเลี่ยงท่าออกกำลังกายที่ทำให้เจ็บปวด ทำเท่าที่ทำได้ แล้วค่อย ๆ เพิ่ม จนอยู่ตัว
3. สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวที่คิดว่าการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ต้องห้ามในบางระยะ เช่น โรคหัวใจ โรคกระดูกทับเส้นประสาท และอื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังกาย

คุณป้าบุญมีได้อะไรจากการออกกำลังกายโดยใช้ไม้กระบอง
หลังที่เคยปวดก็ค่อย ๆ ลดอาการลงจนหาย สามารถทำงานหนักได้มากขึ้น ยกของหนักได้มากขึ้น ความจำดีขึ้น ไม่หลงลืม ตาที่เคยฝ้าฟางเหมือนมีใยแมงมุม มองเห็นภาพซ้อนกลับหายเป็นปกติ ที่สำคัญช่วยลดค่าใช้จ่ายในการไปหาหมอ และสามารถทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมได้ มากขึ้น

11 ท่าบริหารร่างกายด้วยท่อนไม้แบบป้าบุญมี
ขนาดและความยาวของไม้ที่ใช้ประกอบการบริหารร่างกายจะแตกต่างกันตามสรีระช่วงมือและแขนของแต่ละบุคคล โดยวัดจากท่ากางแขนถือไม้เป็นหลัก โดยเฉลี่ยประมาณ 1.25 เมตร ปัจจุบันทุกท่าคุณป้าบุญมีทำโดยนับ 1 ถึง 99 ครั้ง สำหรับผู้ที่ฝึกใหม่ ๆ อาจนับจำนวนครั้งตามความเหมาะสม ท่าที่ทำอย่างถูกต้องจะไม่เกร็ง ทำอย่างสบาย ๆ เคลื่อนไหวให้นิ่มนวลต่อเนื่องเป็นธรรมชาติ
ท่าเตรียม เขย่าเข่า

ใช้เท้าข้างใดข้างหนึ่งพาดโต๊ะหรือสิ่งที่รองรับน้ำหนักได้ สูงระดับเอว หลังตรง ใช้มือทั้งสองจับเข่าและเขย่า ทำสลับอีกข้างเช่นเดียวกัน (โต๊ะสูงระดับเอวไม่ใช่เก้าอี้)
ท่าที่ 1 ท่าเหลี่ยวข้าง
ยืนตรง แยกขา หน้าตรง มือทั้งสองจับปลายไม้ เหวี่ยงมือยกขึ้นด้านข้างจนสุดแขน ย่อเข่าด้านที่เหวี่ยง เหวี่ยงไปด้านขวา เหวี่ยวไปซ้าย

ท่าที่ 2 ท่าพายเรือ
ยืนตรง แยกขา หน้าตรง มือทั้งสองจับปลายไม้ ตั้งไม้ขึ้นด้านข้าง พายข้างใดให้เอามือด้านนั้นถือปลายไม้ด้านล่าง เหวี่ยงมือไปด้านหลังจนสุด ทำสลับแขนอีกข้าง

ท่าที่ 3 หมุนกาย หรือหมุนเอว
ยืนตรง แยกขา หน้าตรง มือทั้งสองข้างจับปลายไม้ เหวี่ยงมือไปทางด้านข้างจนสุดพร้อมกับย่อเข่าและหมุนกลับมาอีกด้านจนสุด เหวี่ยงไปขวา เหวี่ยงไปซ้าย

ท่าที่ 4 ตาชั่ง
ยืนตรง แยกขา ไม้พาดบ่า มือพาดที่ปลายไม้ทั้ง 2 ข้าง เอียงตัวไปข้างใดให้ขาข้างนั้นตรง อีกข้างให้ย่อเข่า สลับทำอีกข้าง

ท่าที่ 5 ว่ายน้ำด้านหน้า(ฟรีสไตล์)
ยืนตรง แยกขา ไม้พาดบ่า มือพาดที่ปลายไม้ทั้ง 2 ข้าง ว่ายไปข้างหน้า ให้ได้หนึ่งรอบ

ท่าที่ 6 กรรเชียงถอยหลัง
ยืนตรง แยกขา ไม้พาดบ่า มือพาดที่ปลายไม้ทั้ง 2 ข้าง กรรเชียงไปข้างหลังให้ได้หนึ่งรอบ

ท่าที่ 7 ท่านกบิน
ยืนตรง แยกขา ไม้พาดบ่า มือพาดที่ปลายไม้ทั้ง 2 ข้าง หมุนตัวไปด้านข้างให้สุดพร้อมกับกำมือ และหมุนกลับไปอีกข้างจนสุดพร้อมกับแบมือ เพื่อให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงปลายนิ้วได้ดีขึ้น ตามองไปตามปลายไม้ที่หมุน เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อตาได้บริหารด้วย


ท่าที่ 8 ท่าทศกัณฑ์ หรือท่าโยกตัว
เป็นท่าโยกตัว โดยยืนตรง แยกขาทั้ง 2 ข้าง หน้าตรง มือจับไม้พยุงตัวไว้ และใช้ข้อเข่าโยกซ้าย ขวา ท่านี้ใช้เป็นท่าพักขณะเหนื่อยด้วย

ท่าที่ 9 ท่ายกน้ำหนัก หรือจับไม้ข้ามหัว
ยืนตรง แยกขา จับไม้ระดับลำตัวยกขึ้นเหนือศรีษะและดึงลงหลังศรีษะ แล้วหยุดทันทีคล้ายกับการกระแกแต่ไม่โดนตัว ยกขึ้น กลับมาท่าเดิม


ท่าที่ 10 ท่านวด
ยืนตรง แยกขา จับไม้ด้านหลัง มืออยู่ระดับลำตัว ใช้ไม้กดนวดขึ้นลงด้านหลังตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ถ้านวดที่น่องให้ย่อเข่าลงนวดน่อง ส่วนไหนที่ปวดเมื่อยมากให้นวดส่วนนั้นจนพอใจ

ท่าที่ 11 ท่าดาวดึงษ์ (คิดค้นใหม่)
ยืนตรง ขาชิด ส้นเท้าชิด แยกปลายเท้า หน้าตรง ไม้พาดไหล่และลำคอ มือพาดที่ปลายไม้ทั้ง 2 ข้าง ใช้แขนซ้ายกดที่ปลายไม้ลงข้างลำตัวด้านซ้ายจนสุด พยายามให้หน้าและตัวตรงอยู่เสมอ แล้วสลับมาทำด้านขวาโดยทำสลับกันอย่างต่อเนื่อง ท่านี้แก้ปวดแขน คอ และไหล่ค่ะ