วัตถุประสงค์ในการจัดทำโครงงาน
ผู้จัดทำโครงงาน
1. เพื่อฝึกการทำงานเป็นทีม
2. เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ภายในกลุ่ม
3. เพื่อฝึกความรับผิดชอบและมีวินัยในตนเอง
4. เพื่อปลูกจิตสำนึกแก่ผู้จัดทำโครงงานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและตระหนักถึงสภาพปัญหาของสิ่งแวดล้อม
5. เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
6. เพื่อยกระดับความสนใจด้านประเด็นสิ่งแวดล้อม

กลุ่มเป้าหมาย
1. เพื่อปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
2. เพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่น่าอยู่
3. เพื่อให้ได้รับความรู้เกี่ยวกับการแยกขยะและปัญหาต่างๆเกี่ยวกับขยะให้ถูกต้องถูกสุขลักษณะ
4. เพื่อฝึกกระบวนการคิดและวิเคราะห์ของกลุ่มเป้าหมายในด้านสิ่งแวดล้อม
5. เพื่อสร้างความสามัคคีในกลุ่ม
6. เพื่อให้ได้รับความบันเทิงและสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
7. เพื่อให้ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
8. เพื่อให้เข้าใจระบบนิเวศน์ของตน
9. เพื่อให้เข้าใจถึงผลกระทบของมนุษย์ที่มีต่อสิ่งแวดล้อม
10. เพื่อให้เข้าใจความรู้สึกและทัศนะคติส่วนส่วนตัวส่งผลต่อการกระทำอย่างไร
11. เพื่อให้เข้าใจว่าการกระทำของคนเราส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง

หลักการและเหตุผล

      จากการที่มนุษย์พยายามสร้าง และพัฒนาความเจริญให้สังคมที่ตนเองอาศัยอยู่โดยการ
นำทรัพยากรที่มีอยู่ตามธรรมชาติมาใช้อย่างไม่ระมัดระวังทำให้ความสมดุลย์
ทางธรรมชาติเสียไปดังนั้นจึงส่งผลให้ในปัจจุบันนี้สิ่งแวดล้อมได้เสื่อมโทรมลงไปมาก
และเกิดปัญหามลพิษของสิ่งแวดล้อมซึ่งกำลังทวีความรุนแรงขึ้นจึงจำเป็นจะต้องมี
การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและแก้ไขปัญหามลพิษอย่างเร่งด่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ปัญหาขยะมูลฝอยจากแหล่งกำเนิดต่าง ๆ ทางรัฐบาลเองต่างก็ตระหนักดีในปัญหาดังกล่าวนี้
โดยได้มีการกำหนดมาตรการและแผนงานต่าง ๆ มารองรับเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้
แต่ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้อย่างเด็ดขาด ยังคงมีปัญหาขยะมูลฝอย
ตกค้างอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นชุมชนขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่
ในเมืองหรือนอกเมืองก็ตาม

      นอกจากนี้ปริมาณขยะมูลฝอยที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วจากผลของการเพิ่มขึ้น
ของประชากรและมากกว่านั้นขยะมูลฝอยส่วนใหญ่จะถูกขนส่งและถูกนำไปกำจัดอย่าง
ไม่ถูกสุขลักษณะ ในลักษณะของการเทกองกลางแจ้งและเผาเป็นครั้งคราวซึ่งการกำจัด
โดยวิธีที่กล่าวมานี้ก่อให้เกิดปัญหาตามมาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหามลพิษ
ทางอากาศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยต่อผู้อยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียง
และยังทำลายชั้นบรรยากาศของโลกอีกด้วย นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดมลพิษทางน้ำ
ซึ่งมีสาเหตุมาจาก การชะล้างสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่เกิดจากการอุปโภคบริโภค
ลงสู่แม่น้ำลำคลองหรือผิวดิน ทำให้เกิดการเน่าเสียค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อม
ซึ่งอาจก่อให้เกิดแหล่งพาหะนำโรค และส่งกลิ่นเหม็นต่อชุมชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง
ปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ปัญหาทรัพยากรที่ลดน้อยลง

      กล่าวคือในขณะนี้ประเทศไทยได้มีการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศในปริมาณที่เพิ่มขึ้น
แต่สถานการณ์ในประเทศไทยกลับมีการทิ้งขยะมูลฝอยบางชนิดบางประเภทที่สามารถ
นำมาแปรรูปเป็นวัตถุดิบใหม่ หรือนำมารีไซเคิลได้ใหม่แต่เนื่องจากการไม่ได้
คัดแยกขยะของประชาชน จึงทำให้รัฐบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเก็บรวบรวม ขนส่ง
และกำจัดมูลฝอยเหล่านี้ เป็นจำนวนมาอีกทั้งยังทำให้สูญเสียเงินตรา
ให้ต่างประเทศในการนำเข้าวัตถุดิบต่าง ๆ และยังทำให้ปริมาณการใช้วัตถุดิบในประเทศ
ซึ่งนำมาจากทรัพยากรประเภทต่างสูงขึ้นด้วย ส่งผลให้ทรัพยากรที่มีอยู่ลดน้อยเรื่อย
และยังทำให้ขยะที่เกิดจากการนำทรัพยากรต่างเหล่านี้มีเพิ่มขึ้น

      เนื่องจากประชากรใช้ทรัพยากรอย่างไม่คุ้มค่าและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
จากสถิติของสำนักรักษาความสะอาดกรุงเทพมหานคร ได้ระบุว่าภายในปี 2542
ประชากรกรุงเทพฯ ทิ้งขยะเฉลี่ยวันละ 8,906 ตัน และขยะส่วนมากจะถูกลำเลียงไป
ฝังกลบที่ อ. กำแพงแสน จ. นครปฐม และ อ. ราชเทวะ จ. สมุทรปราการ นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญของไจก้า (JICA)เคยได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับ
ปริมาณขยะมูลฝอยในเขตกรุงเทพฯ และได้ประเมินปริมาณของขยะแต่ละปีในระยะ 20 ปี
ระหว่างปี พ.ศ. 2538-2558 โดยพบว่า ปริมาณขยะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละประมาณร้อยละ 8
ดังนั้นจนถึงปี 2558 กรุงเทพฯ จะมีปริมาณขยะสูงถึงวันละ 18,750 ตัน
แล้วเราจะจัดการกับขยะจำนวนมหาศาลที่เพิ่มทุกวันนี้ได้อย่างไร ปริมาณของขยะ
ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ได้สะท้อนให้เห็นภาพสังคมที่เพิ่มกำลังการบริโภคขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน

       เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าขยะทั้งหมดที่เกิดขึ้นล้วนมีเส้นทางมาจากการใช้พลังงาน
และทรัพยากร ยิ่งปริมาณขยะมากเท่าใดนั้นหมายถึงเราได้ดึงเอาพลังงาน
และทรัพยากรมาใช้มากขึ้นเท่านั้น โดยที่บางครั้งเราเองอาจตอบไม่ได้ว่าขยะบรรจุภัณฑ์
ที่เราได้ทิ้งไปเหล่านั้น แท้จริงแล้วมีประโยชน์จริงหรือไม่วิธีการแก้ปัญหาดังกล่าว
ของรัฐดังที่ทราบมานั้น เป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ รัฐบาลควรแก้ปัญหาเรื่องนี้ที่ต้นเหตุ
คือ การปลูกฝังจิตสำนึกการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแก่เยาวชนซึ่งจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต
และชี้ให้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้น และวิธีแก้ไข คณะผู้จัดทำโครงงานได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว
จึงได้จัดทำโครงงานนี้ขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
แก่เยาวชน โดยเริ่มจากกลุ่มเล็ก ๆ ในบริเวณที่จำกัด แล้วจึงขยายโครงงานไปสู่ชุมชน
สังคมและประเทศ ตามลำดับ โดยปลูกฝังจิตสำนึกให้กับเยาวชน โดยการจัดกิจกรรมต่าง ๆ
ที่สนุกสนานและสอดคล้องกับแผนงาน

      ซึ่งจะน่าสนใจมากกว่าการเรียนรู้จากหนังสือหรือการท่องจำ ซึ่งกระบวนการ
ที่ทำให้เห็นคุณค่า เกิดความตระหนัก และเข้าใจถึงการอยู่ร่วมกันของสิ่งแวดล้อมทาง
ธรรมชาติ เศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ด้วยการให้โอกาสทุกคนพัฒนาความรู้ เจตคติ ทักษะ
และการรู้จักตัดสินใจเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรมเพื่อที่จะปกป้อง
และแก้ไขสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น ตลอดจนสร้างรูปแบบการดำเนินชีวิตใหม่เพื่อสิ่งแวดล้อม
ทั้งในระดับบุคคล กลุ่มและสังคม โดยมีหลักการเพื่อเป็นแนวปฏิบัติ คือ
การเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม, การเรียนรู้ในสิ่งแวดล้อม, การเรียนรู้เพื่อสิ่งแวดล้อม