หลักการและเหตุผล
เป็นที่ยอมรับกันว่าเด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า ถ้าเราปลูกฝัง อบรม สั่งสอนให้เด็กไทยมีจิตใจที่ดีงาม มีความประพฤติดีใฝ่ดี ใฝ่เรียนรู้ ขวนขวายหาความเจริญก้าวหน้า
ให้แก่ ตนเองและประเทศชาติแล้ว ประเทศไทยของเราก็จะเจริญก้าวหน้าทัดเทียมประเทศมหาอำนาจซึ่งจะส่งผลให้ประชากรในประเทศไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ในปัจจุบันนี้ได้
มีมหันตภัยร้ายแรงที่เข้ามาทำร้ายเด็กไทยทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และความคิดให้เสื่อมประสิทธิภาพลงอย่างมากสิ่งนั้นก็คือ ยาเสพติด ในขณะนี้ยาเสพติดได้แพร่ระบาดเข้าสู่
สังคมเด็กไทยทุกระดับโดยเฉพาะสังคมวัยรุ่นและที่น่าวิตกกังวลมากที่สุดคือ ได้แพร่ระบาดเข้าสู่โรงเรียนไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย มัธยมศึกษาตอนต้น ไม่เว้นแม้
กระทั่งระดับชั้นประถมศึกษา(ซึ่งได้ข้อมูลจากปปส.) ซึ่งผลกระทบที่เกิดจากเด็กที่ติดยาเสพติดนั่นได้แผ่ขยายเป็นวงกว้างมากเช่น ก่อให้เกิด การลักเล็กขโมยน้อย การทะเลาะวิวาท
และที่ร้ายแรงที่สุดคือ การเกิดอาชญากรรม ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบถึงความสงบสุขขึ้นเสียแล้วประเทศชาติจะพัฒนาเจริญก้าวหน้าทัดเทียมประเทศอื่นได้อย่างไร ในฐานะที่
เราเป็นประชาชนคนหนึ่งของประเทศไทยเราจึงเพิกเฉยต่อปัญหานี้ไม่ได้ เราจึงควรร่วมมือหาวิธีแก้ไข กำจัด ปราบปรามยาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทยให้ได้ เพื่อให้เด็กไทยใน
วันนี้เป็นผู้ใหญ่ที่ดีและทีประสิทธิภาพในวันหน้า

สาเหตุของการจัดทำโครงงานนี้
โครงงานนี้มีผลต่อสังคมเป็นอย่างมากเพราะปัญหายาเสพย์ติดกำลังเป็นปัญหาสังคมที่สำคัญของโลก ดังนั้นถ้าหากเรารู้จักวางแผนตั้งแต่เริ่มต้น เมื่อเกิดปัญหาเราก็สามารถแก้ไขปัญหาได้ง่าย โดยการเริ่มปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ซึ่งกลุ่มของข้าพเจ้าเลือกนักเรียนประถมศึกษาชั้นปีที่6 เพราะนักเรียนในชั้นนี้เป็นวัยที่อยู่ในช่วงที่เปลี่ยนแปลง และต้องเผชิญปัญหาต่างๆมากมาย ซึ่งถ้าเราปลูกฝังเข้าไว้ดี ก็จะเป็นเยาวชนที่ดีต่อไปในสังคม ไม่ก่อปัญหาที่มีอยู่แล้วให้มีมากยิ่งขึ้น ทำให้ประเทศชาติพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว

ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการทำกิจกรรมนี้
ผลจากกิจกรรมนี้ที่เด็กจะได้รับคือ มีความรู้ความเข้าใจถึงพิษภัยของยาเสพติดรวมถึงการป้องกันด้วย ทำให้เด็กสามารถนำความรู้นี้ไปใช้ในการตัดสินใจหากว่ามีคนมาชักจูงให้เสพยาเสพติด จะทำให้เด็กมีจิตใต้สำนึกที่ดีและอาจยังผลไปถึงคนรอบข้างเด็ก โดยเด็กอาจนำความรู้ที่ได้จากการทำกิจกรรมนี้ไปช่วยในการแนะนำผู้อื่นที่จะหลงผิดไปกับยาเสพติดได้ ทำให้เด็กเป็นผู้ที่มีความกล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้อง ทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อสังคมด้วย
ผลจากกิจกรรมนี้ที่ผู้จัดทำกิจกรรมจะได้รับคือ กระบวนการในการทำงานเป็นกลุ่ม อย่างเป็นระบบระเบียบเป็นขั้นเป็นตอน สามารถคิดและเรียบเรียงความคิดของตนเองเพื่อที่จะทำให้งานสำรวจลุล่วงไปได้ มีการจัดการวางแผน รู้จักวิธีการดำเนินงานอย่างเป็นทางการในระบบราชการ สร้างจิตสำนึกที่ดีในการทำกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือสังคม ฝึกให้เป็นผู้ที่ยอมรับฟังเหตุผลและความคิดของผู้อื่น และ ฝึกให้เป็นผู้ที่กล้าแสดงความคิดและการแสดงออกในทางที่ถูกต้อง

วัตถุประสงค์
1.ให้กลุ่มเป้าหมายได้รับความรู้และตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติด
2. ให้กลุ่มเป้าหมายสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปเป็นข้อมูลในการชักจูงผู้อื่นให้ห่างไกลจากยาเสพติด
3. เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับความสนุกสนานและความบันเทิงในการทำกิจกรรม
4. เพื่อให้นักศึกษามีทักษะทางกระบวนการทำงานเป็นกลุ่ม และตระหนักถึงการทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

กลุ่มเป้าหมาย
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีจำนวน 240 คน โรงเรียนนาหลวง สำนักงานเขตทุ่งครุ เลขที่ 60 หมู่ที่ 1 ถนนพุทธรักษา แขวงบางมด กรุงเทพมหานคร 10140

อาจารย์ที่ปรึกษา
อ. สุรัตน์ เพชรนิล

ระยะเวลาในการดำเนินงาน
4 มิถุนายน - 5 ตุลาคม 2544

ขั้นตอนในการทำโครงงาน
1. สมาชิกทุกคนในกลุ่มช่วยกันเลือกประธาน รองประธาน เหรัญญิก และ เลขานุการ
2. ปรึกษาและขอคำแนะนำจากอาจารย์ที่ปรึกษา
3.ประชุมกลุ่มโครงงาน
4.แบ่งงานและหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่มออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายข้อมูล ฝ่ายกิจกรรม และ ฝ่ายสำรวจ
5.ออกสำรวจสถานที่ ติดต่อสอบถามถึงปัญหาและหาข้อมูลเกี่ยวกับโครงงานที่จัดทำ
6.ศึกษาข้อมูลจากโครงงานในลักษณะเดียวกันเพื่อเป็นแนวทางในการจัดทำโครงงาน
7.ปรึกษาและขอคำแนะนำจากอาจารย์และผู้มีความรู้ทางด้านโครงงานที่ทำ
8.ประชุมวางแผนงานและปฏิบัติงานเบื้องต้น
9.ลงมือปฏิบัติงานตามแผนการที่วางไว้ ณ โรงเรียนนาหลวง
10.ประเมินผลการทำงาน

สถานที่ทำโครงงาน
โรงเรียนนาหลวง สำนักงานเขตทุ่งครุ เลขที่ 60 หมู่ที่ 1 ถนนพุทธบูชา แขวงบางมด
กรุงเทพมหานคร 10140

งบประมาณ
รวมเป็นเงิน 3,955 บาท


 

[Home] [หลักการและเหตุผล] [รูปแบบการทำกิจกรรม] [ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับยาเสพติด] [การประเมินผล] [ผู้จัดทำโครงการ]